การปฏิวัติ 1848 ในเยอรมนี: การลุกฮือของประชาชนเพื่อเสรีภาพและความเท่าเทียมกัน

blog 2024-11-13 0Browse 0
การปฏิวัติ 1848 ในเยอรมนี: การลุกฮือของประชาชนเพื่อเสรีภาพและความเท่าเทียมกัน

วันที่ 18 มีนาคม ค.ศ. 1848 เป็นวันที่ประวัติศาสตร์จารึกไว้ในใจของชาวเยอรมัน และเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติที่ครอบคลุมทั่วทั้งยุโรป การปฏิวัติ ค.ศ. 1848 ที่รุนแรงและเต็มไปด้วยความหวังนี้ถูกจุดชนวนโดยกลุ่มผู้คนจำนวนมากที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและสังคม

ก่อนการปฏิวัตินั้น เยอรมนีประกอบด้วยรัฐอิสระหลายร้อยรัฐที่ไม่มีความสามัคคีกันภายใต้การปกครองของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ที่เสื่อมโทรมลง การขาดการรวมตัวเป็นชาติและระบบการเมืองที่ล้าสมัยทำให้ประชาชนชาวเยอรมันต้องเผชิญกับความยากจน ความอยุติธรรม และการกดขี่ทางสังคม

ในบรรดาผู้ที่ต่อต้านระบอบราชาธิปไตยอย่างไม่หยุดยั้งก็มี “Otto von Bismarck” รัฐมนตรีแห่งปรัสเซีย ผู้ซึ่งมองเห็นโอกาสในการรวมเยอรมนีภายใต้การปกครองของปรัสเซีย

Bismarck เป็นบุรุษผู้เฉลียวฉลาดและช่างวางแผน เขารู้ว่าการปฏิวัติ ค.ศ. 1848 สามารถนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง เขาจึงใช้วิกฤตการณ์นี้เป็นบันไดในการปีนขึ้นสู่จุดสูงสุดของอำนาจ

Bismarck พยายามควบคุมและชี้นำการปฏิวัติ โดยสนับสนุนการเรียกร้อง reform ที่จำกัด และในขณะเดียวกันก็ต่อต้านความรุนแรงที่อาจจะนำไปสู่การล่มสลายของระบอบกษัตริย์

Otto von Bismarck: “The Iron Chancellor” and his Role in Unifying Germany

Otto von Bismarck, มักถูกเรียกว่า “Iron Chancellor,” เป็นบุคคลสำคัญในการรวมเยอรมนีในคริสต์ศตวรรษที่ 19 เขานำปรัสเซียไปสู่สงครามสามครั้ง:

  • สงครามเดนมาร์ก (1864): สงครามนี้ทำให้ปรัสเซียและออสเตรียคว้าชัยชนะ และยึดดินแดน Schleswig-Holstein
  • สงครามออสเตรีย-ปรัสเซีย (1866): สงครามครั้งนี้ทำให้ปรัสเซียได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาด และจัดตั้งสมาพันธ์เยอรมันเหนือ
  • สงครามฝรั่งเศส-ปรัสเซีย (1870–71): สงครามครั้งนี้ทำให้ปรัสเซียยึดครองเมืองหลวงของฝรั่งเศส Paris และเป็นจุดสิ้นสุดของจักรวรรดิฝรั่งเศสที่ 2

Bismarck เป็นนักการทูตที่ชาญฉลาด และใช้วิธีการ “Realpolitik” (ความจริงในทางการเมือง) ในการบรรลุเป้าหมายของเขา

Realpolitik:

  • Pragmatism: Bismarck มุ่งเน้นผลลัพธ์มากกว่าอุดมการณ์
  • Power Politics: Bismarck เชื่อว่าอำนาจเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเมือง
  • Diplomacy: Bismarck เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการทูต และใช้มันเพื่อสร้างพันธมิตรและแยกฝ่ายตรงข้าม

Bismarck’s Legacy:

หลังจากรวมเยอรมนี Bismarck ก็ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของจักรวรรดิเยอรมันใหม่ จนถึง ค.ศ. 1890

Bismarck ยังคงเป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลในประวัติศาสตร์เยอรมันและโลกตะวันตก

  • การรวมชาติเยอรมนี: Bismarck เป็นผู้นำในการรวมประเทศเยอรมัน
  • การปฏิรูปสังคม: Bismarck ได้ริเริ่มนโยบายสวัสดิการ sociaux เช่น ระบบประกันสุขภาพและประกันสังเกต

Bismarck เสียชีวิตใน ค.ศ. 1898 แต่ผลงานของเขายังคงมีอิทธิพลต่อเยอรมนีและโลกตะวันตก

Latest Posts
TAGS